admin

ไม่อยากสมองพังต้องทำ! เคล็ดลับฝึกสมอง ฟิตความจำ ให้คิดได้ปังกว่าใคร

สมองหากไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือใช้คิดเเต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ จนเคยชิน อาจทำให้สมองเกิดอาการคิดช้า ทำช้า หลงลืม แล้วจะมีเคล็ดลับอย่างไรที่ช่วยให้สมองทำงานได้ดี ลองมาดูวิธีเหล่านี้กัน รับประกันว่ายิ่งฝึกเป็นประจำสมองยิ่งดีอย่างแน่นอน

  • ลองทำอะไรใหม่ๆ
  • เปลี่ยนเส้นทางดูบ้าง
  • เล่นเกมที่ต้องคิด
  • สลับที่วางสิ่งของใช้เป็นประจำ
  • อ่านหนังสือออกเสียง
  • ไม่รู้ไม่ได้แล้ว! พาลูกไปลั้นลาวันเด็กอย่างไร ไม่ให้กลับมาป่วย

  • เช็ดเครื่องเล่นด้วยสเปรย์ฆ่าเชื้อ
  • ล้างมือทันที
  • ล้างมือให้สะอาด
  • หาตัวช่วยป้องกัน
  • เสริมภูมิต้านทาน
  • เมนู 5 สี ดีสำหรับคนใช้สายตาเยอะ

    เมนู 5 สี ดีสำหรับคนใช้สายตาเยอะ แต่ละวันสายตาต้องผูกติดกับหน้าจอนานขึ้น โอกาสที่จะได้พักก็แค่ตอนหลับเท่านั้น ซึ่งมีผลเสียต่อสายตาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจอประสาทตาอาจเสื่อมก่อนวัย แต่หากเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ ขอแนะนำเมนู 5 สี ช่วยบำรุงสายตาให้มีประสิทธิภาพในการมองเห็นดียิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1 สีเขียว มีสารลูทีน ป้องกันต้อกระจก พบได้ในผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า และสวิสชาร์ด 2 สีแดง มีสารซีแซนทีน บำรุงสายตา ชะลอจอประสาทตาเสื่อม ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย พบได้ใน โกจิเบอร์รี่ 3 สีเหลือง มีสารซีแซนทิน สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูดซับแสงส่วนเกินและป้องกันไม่ให้แสงทำลายเลนส์ตา ลดเสี่ยงโรคต้อกระจก พบได้ใน พริกหวานเหลือง ที่อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูง ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีวิตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า 4 สีส้ม มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน พบได้ในผักสีส้มทุกชนิด

    ระวัง! หน้าพัง เพราะ 5 พฤติกรรมล้างหน้าผิด

    ระวัง! หน้าพัง เพราะ 5 พฤติกรรมล้างหน้าผิด รู้หรือไม่? พฤติกรรมการล้างหน้าแบบผิดๆ เป็นสาเหตุอันตรายกับผิวหน้ามากมาย ทั้งสิวผุด รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยก่อนวัย แล้วการล้างหน้าแบบผิดๆ เป็นอย่างไร ที่ผ่านมาใครเผลอทำข้อไหนไปบ้าง รู้ไว้จะได้กลับตัวทันก่อนผิวหน้าจะพัง ไปเช็กกันเลย 1.ล้างหน้าบ่อยเกินไป ความจริงการล้างหน้าบ่อยไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าสะอาดอย่างที่หลายคนคิด แต่ยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้ง และต่อมไขมันก็ยิ่งผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้สิวขึ้นตามมา ดังนั้นควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว 2.ไม่ล้างหน้าตอนเช้า ถึงจะอยู่แต่ในห้องแอร์ก็ควรล้างหน้า เพราะระหว่างนอนหลับ ต่อมไขมันยังผลิตน้ำมันออกมาตลอดเวลาโดยเฉพาะคนหน้ามันจะเห็นได้ชัดเจน ฉะนั้นตอนเช้าควรล้างหน้าด้วย 3.ล้างหน้านาน นอกจากไม่ล้างหน้าบ่อยๆ การล้างหน้านานเกินไปก็ไม่ควรเช่นกัน เพราะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ทำให้ผิวอ่อนแอ ที่ถูกต้องควรล้างหน้าประมาณ 30 วินาที – 1 นาที แค่นี้ผิวหน้าก็สะอาดแล้ว 4.ล้างหน้าด้วยน้ำร้อน การล้างหน้าด้วยน้ำร้อนจะทำให้ผิวแห้ง หยาบกร้าน เกิดริ้วรอยง่าย สำหรับน้ำล้างหน้าที่เหมาะที่สุด คือ น้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป 5.ก่อนนอนไม่ยอมล้างเมคอัพ ด้วยความเหนื่อยล้าเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงขี้เกียจหรือเผลอหลับจนลืมล้างเมคอัพออกแน่ๆ หากปล่อยเครื่องสำอางไว้บนหน้าแบบนี้ อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เป็นสิว

    เครียดมาจากไหนก็หายได้ ด้วย 4 วิธีคลายเครียดรับปีใหม่

    เครียดมาจากไหนก็หายได้ ด้วย 4 วิธีคลายเครียดรับปีใหม่ ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งปวดศีรษะ โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคอ้วน รวมถึงโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า ซึ่งความเครียดเป็นภาวะทางอารมณ์ เนื่องจากต้องเจอกับปัญหาต่างๆ ที่ทำให้กดดัน วิตกกังวล คิดลบ ส่งผลเสียต่อจิตใจ และยังทำให้ร่างกายรวมถึงจิตใจย่ำแย่อีกด้วย 3 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเครียด 1 ความเปลี่ยนแปลง เช่น ตกงาน หย่าร้าง เจ็บป่วย เรื่องเหล่านี้จะทำให้เกิดความกังวลเสมอ 2 มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง พบภัยธรรมชาติ ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ที่อันตรายต่อชีวิต 3 ชีวิตประจำวัน มีความกดดันจากครอบครัว ที่ทำงาน และภาระต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน ข้อดีและข้อเสียของความเครียด บางครั้งความเครียดก็เป็นผลดีต่อร่างกาย เช่น หากอยู่ในสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น ชีพจรจะเต้นแรง หายใจเร็ว กล้ามเนื้อตึง สมองใช้ออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นกลไกในการปรับสมดุลเพื่อการอยู่รอด จะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แต่หากเครียดเรื้อรังจะส่งผลต่อการเกิดปฏิกิริยาที่เกินกว่าปรับสมดุลเพื่อการอยู่รอด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ ทำงานผิดปกติ และเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ

    เมื่อเผชิญหน้ากับความเศร้า เราจะเอาชนะมันได้อย่างไร?

    เมื่อเผชิญหน้ากับความเศร้า เราจะเอาชนะมันได้อย่างไร? ความเศร้าเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดการสูญเสีย ไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งอาจเศร้ามากเป็นพิเศษในกรณีที่สูญเสียคนรักหรือของสำคัญ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า ไม่พูดจา ไม่ทานข้าว นอนไม่หลับ น้ำหนักลด จนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สำหรับวิธีรับมือความเศร้าที่เกิดขึ้นสามารถทำได้ดังนี้ 1. ยอมรับความจริง ถึงยากจะยอมรับ แต่การหนีความจริงก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้เพียงชั่วคราว ดังนั้นควรยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นให้หมด ปลดปล่อยความกดดันต่างๆ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น 2.แชร์ความเสียใจที่เกิดขึ้น นอกจากได้ระบายความรู้สึกเสียใจแล้ว ยังได้รับกำลังใจ คำปลอบโยน รวมถึงคำแนะนำต่างๆ เป็นการช่วยลดความเศร้าจนผ่านความทุกข์ไปได้ในที่สุด 3.คิดถึงช่วงเวลาดีๆ อีกหนึ่งวิธีจัดการความเศร้า คือการหากำลังใจจากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ภาพถ่าย แต่หากช่วงแรก ยังไม่พร้อมก็อาจใช้เมื่อเข้มแข็งขึ้น สิ่งเหล่านี้ใช้เป็นกำลังใจบรรเทาความเศร้าได้ 4.เปลี่ยนบรรยากาศ หากิจกรรมที่ชอบทำจะได้ไม่อยู่กับความเศร้าตลอดเวลา เช่น ไปทำบุญ ไหว้พระ อ่านหนังสือ ดูหนัง เป็นต้น เพื่อให้จิตใจกลับมาเข้มแข็งได้เร็วขึ้น หากไม่สามารถรับมือกับความสูญเสียได้ ยังรู้สึกซึมเศร้า กินไม่ได้นอนไม่หลับ  อาจต้องไปพบแพทย์ขอคำแนะนำและวิธีแก้ไข ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนส่งผลเสียกับสุขภาพกายและใจในระยะยาว

    นอนก็ไว

    นอนก็ไว แต่ทำไมตื่นมาไม่สดใส อะไรคือสาเหตุ? ถ้าทุกๆ เช้าตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น เหมือนยังนอนไม่เต็มอิ่ม ขี้เกียจจนไม่อยากลุก กว่าจะบังคับตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานได้แต่ละวันลำบากสุดๆ   หากไม่อยากมีอาการแบบนี้ มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุ พร้อมเทคนิคที่ช่วยให้ตื่นนอนอย่างสดใส พร้อมเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น จะมีอะไรบ้างไปเช็กกัน นอนน้อยไป นอกจากทำให้ไม่รู้สึกสดชื่นหลังตื่นแล้ว การนอนน้อยกว่า 8 ชม. ยังส่งผลให้สมองเบลอ ตื้อ ตัน คิดอะไรไม่ออก หิวเก่ง และป่วยง่ายอีกด้วย ทางแก้คือควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชม. แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็หาเวลางีบเป็นการชดเชยเวลาที่เสียไป ห้องนอนมืดทึบ การที่ห้องนอนทึบจนแสงแดดลอดผ่านเข้าไปไม่ได้ ก็มีผลเสียอย่างมาก เพราะทำให้นาฬิกาชีวิตไม่สามารถกำหนดได้ว่าเวลาไหนคือเวลาที่ต้องตื่นนอน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรใช้ม่านบังตาหรือผ้าม่าน เพื่อป้องกันไม่ให้แสงจากภายนอกช่วงกลางคืนเข้ามาในห้อง แต่ยังพอมีช่องให้แสงตอนเช้าเข้าห้องได้ เครียดและกังวล ความเครียดและวิตกกังวล เป็นสาเหตุทำให้ประสิทธิภาพในการนอนหลับลดลง ถ้าไม่อยากจะตื่นขึ้นมารู้สึกอ่อนเพลีย ควรหากิจกรรมช่วยผ่อนคลายสมองก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ เท่านี้ก็ลืมความกังวลได้แล้ว ดื่มคาเฟอีนก่อนนอน หากเผลอดื่มกาแฟเพียง 1 แก้วก่อนนอน จะทำให้ลืมความง่วงจนนอนไม่หลับ หรือกว่าจะหลับก็ดึกดื่นไปเลย ดังนั้นไม่แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนเข้านอนจะดีที่สุด หากใครมีพฤติกรรมเช่นนี้ก็ควรเปลี่ยนตัวเองใหม่ ทุกเช้าจะได้ตื่นมาแบบกระฉับกระเฉง

    น่ากลัวไหม

    น่ากลัวไหม? ถ้าต้องเผชิญหน้ากับแสงสีฟ้าทุกวัน นอกจากอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ในแสงแดดที่ต้องป้องกันทุกวันแล้ว แสงสีฟ้า Blue light ก็เป็นแสงอีกประเภทที่มีความน่ากลัวและอยู่ใกล้ตัวอย่างคาดไม่ถึง เช่น แสงจากหลอดไฟ อุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ จากหน้าจอสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ทีวี ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในระยะสั้นและยาว ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเกิดอาการเสื่อมของเยื่อชั้นในดวงตาเลยทีเดียว  แสงสีฟ้า (Blue Light) คืออะไร? เป็นแสงที่ทุกคนมองเห็นได้ในช่วงแสงสีขาว ซึ่งแบ่งได้ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด และแดง โดยแสงสีฟ้าจะผสมอยู่ในช่วงสีน้ำเงินกับคราม และแสงสีฟ้ายังถือเป็นแสงที่มีพลังงานสูงใกล้เคียงกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ด้วย   แสงสีฟ้ามาจากไหน? • ดวงอาทิตย์ มีปริมาณของแสงที่มีความเข้มมากที่สุด เป็นแหล่งกำเนิดแสงจากธรรมชาติ • อุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากมนุษย์ โดยเฉพาะจากหลอด LED คือ –    หลอดไฟ LED ตามที่อยู่อาศัย ไฟหน้าและไฟท้ายรถ –  

    ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เสี่ยงสมองพัง ความจำสั้นไม่รู้ตัว

    ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เสี่ยงสมองพัง ความจำสั้นไม่รู้ตัว นักดื่มส่วนใหญ่เข้าใจว่าแอลกอฮอล์จะช่วยกระตุ้นร่างกาย ทำให้ลืมความทุกข์ แต่ความจริงแล้ว แอลกอฮอล์กลับเข้าไปกดระบบประสาทและสมอง ยิ่งดื่มต่อเนื่องกันยาวนานสมองและความจำ ยิ่งมีสิทธิ์พังเร็วขึ้น แอลกอฮอล์มีผลอย่างไรกับสมอง ส่วนมากนักดื่มมักเจอกับอาการภาพตัด หรือจอดับกันบ่อยๆ คือ 1 จำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย 2 จำได้เป็นช่วงๆ ไม่ปะติดปะต่อกัน ซึ่งเรียกว่า Black outs เป็นอาการที่เกิดจากระบบประสาทการรับรู้ (Neurophysiological) เกิดอาการหยุดหลั่งสารเคมีในสมองส่วน Hippocampus เป็นส่วนหนึ่งของระบบลิมบิก (Limbic System) ที่มีบทบาทในการสร้างความทรงจำในระยะยาว สมองเสียหายจากแอลกอฮออล์แบ่งได้ 2 ระยะ ระยะสั้น: ควบคุมตัวเองไม่ได้ จำได้เพียงสั้นๆ มีปัญหาในการใช้เหตุผล เคลื่อนไหวได้ไม่ดี ระยะยาว: อารมณ์แปรปรวน บุคลิกเปลี่ยนไป การเรียนรู้มีปัญหา จดจำแย่ลง แอลกอฮออล์มีโทษต่อสมองและระบบประสาทอย่างไร สมอง : มึน ง่วงนอน หมดสติ ความจำสั้น เลอะเลือน ในระยะยาวอาจทำให้สมองเสื่อม เสียการทรงตัว เดินไม่ตรง สมองเล็กลง เศร้าซึม บุคลิกเปลี่ยนไป ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ระบบประสาทส่วนปลาย :

    ส่อง 5 เหตุผลทำไมคนทำงานไม่เลิฟวันจันทร์

    ส่อง 5 เหตุผลทำไมคนทำงานไม่เลิฟวันจันทร์ ร้อยทั้งร้อยบอกเลยว่าเช้าวันจันทร์สำหรับคนทำงานส่วนใหญ่แค่ได้ฟังพลังก็อ่อนทันที เป็นเพราะอะไรและทำไมต้องเป็นเฉพาะวันจันทร์ มาสำรวจกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ใครๆ ก็ไม่รักวันจันทร์ 1 ไม่อยากตื่นเช้า หลายคนคงชินกับวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ที่ได้นอนเต็มอิ่ม พักผ่อนเต็มที่ ใช้ชีวิตแบบ Slow Life พอถึงวันจันทร์ต้องตื่นเช้า ฝ่ารถติด รีบเร่งทำงาน เลยทำให้ไม่สดชื่นและรู้สึกเกลียดวันจันทร์ไปเลย 2 เบื่อรถติด บางคนไม่ได้เบื่อวันจันทร์เพราะเป็นวันทำงาน แต่เบื่อที่รถติดหนักมากต่างหาก ยิ่งฝนตกด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง ทำเอาคนใช้รถใช้ถนนสุดหงุดหงิด เพราะรถติดแสนสาหัสแทบไม่ขยับไปไหน 3 งานแน่น คิว Meeting เพียบ วันจันทร์นับเป็นวันสั่งงานแห่งชาติ เพราะเป็นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์ ไหนจะคิวประชุมที่แน่นเอียดแบบนอนสต๊อปอีก วันนี้จึงเป็นวันที่น่าปวดหัวสุดๆ อีกวันของคนทำงานเลยทีเดียว 4  ยังไม่หายเหนื่อย การหยุดแค่ 2 วันต่อสัปดาห์ เชื่อว่าคนทำงานต้องรู้สึกว่าความเหนื่อยล้ายังไม่หมดไปไหนเลย ดังนั้นพอถึงเช้าวันจันทร์เมื่อไหร่ เลยพาลไม่อยากลุกจากเตียงทุกที 5 อยากต่อเวลาปาร์ตี้ บางครั้งอารมณ์ค้างมาถึงวันจันทร์ เพราะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงทุกวัน จึงรู้สึกอยากปาร์ตี้ต่อ เลยไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานใดๆ