หลายคนคิดว่าขอบตาคล้ำเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ความจริงมีหลายปัจจัยที่ทำให้ขอบตาคล้ำได้ เช่น
อายุแสงแดด ความเครียด ขาดน้ำ ตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮออล์ หรือเจ็บป่วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชาย
ผู้หญิง รวมถึงเด็กเล็ก

สำหรับวิธีรับมือปัญหาขอบตาคล้ำ หากเกิดจากไลฟสไตล์การใช้ชีวิตหรือสิ่งแวดล้อม
ก็อาจแก้ไขได้โดยเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง หรือเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงนั้นๆ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ดื่มน้ำ
เลี่ยงแสงแดด เป็นต้น

แต่ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่หลายคนคิดว่าน่าจะเกิดจากพักผ่อนน้อยหรือนอนไม่เพียงพอ
จนทำให้ขอบตาคล้ำกลายเป็นหมีแพนด้า ต้องวุ่นวายหาเครื่องสำอางมาปกปิดรอยใต้ตากันแทบไม่ทัน
แถมยังไม่ได้ผลอีก ซึ่งสาเหตุแท้จริงในกรณีนี้ไม่ใช่แค่อดนอนเท่านั้น แต่เกิดจากโรคภูมิแพ้

โดยสาเหตุของอาการขอบตาคล้ำ (allergic shiner) เพราะโพรงจมูกบวมนาน
มีหลอดเลือดฝอยคลั่งบริเวณโพรงจมูกและไซนัส ส่งผลให้เยื่อบุในโพรงจมูกบวม

อาการบวมจะไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือด หลอดเลือดดำ หลอดเลือดฝอยบริเวณใต้ตา และใต้จมูก
ทำให้บริเวณที่การไหลเวียนไม่สะดวกเกิดอาการดำคล้ำ และบวมขึ้น บางคนอาจมีอาการคันหัวตา
โดยไม่มีอาการแสดง เพราะเกิดจากการที่เยื่อจมูกบวมมาก ทำให้ท่อน้ำตาที่อยู่ติดกันอักเสบ
จนเกิดอาการคันมากที่หัวตา นอกจากนี้การสั่งน้ำมูกรวมถึงการขยี้ตาบ่อย
เมื่อเป็นภูมิแพ้ยังส่งผลให้บริเวณรอบดวงตาและใบหน้าเกิดริ้วรอยอีกด้วย

สำหรับวิธีแก้อาการขอบตาคล้ำจากการเป็นภูมิแพ้ให้กลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง
นอกจากดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อน ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8-10 แก้ว
เลือกทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว เพื่อบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งสดใส
วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ผิวใต้ตาไม่กลับมาคล้ำอีก คือ การแก้ที่ต้นเหตุ เช่น พ่นจมูกด้วยยาสเตียร์รอยด์
หรือยาต้านฮีสตามีนชนิดรับประทาน รวมถึงเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ ทั้งไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรหญ้า เลี่ยงการสัมผัส
สูดดม ไม่อยู่ในสถานที่ที่กระตุ้นอาการแพ้

หรือทานอาหารเสริมที่ช่วยบรรเทาโรคภูมิแพ้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวก
แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำและรักษาอาการภูมิแพ้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด